21 จำนวนผู้เข้าชม |
ทำไมบางโรงงานเบี้ยประกันถูก บางโรงงานแพง
เจ้าของโรงงานหลายคนมักสงสัยว่า
ทำไมโรงงานบางแห่งเบี้ยประกันถูก แต่บางแห่งเบี้ยประกันแพงกว่ามาก
ความจริงแล้ว เบี้ยประกันไม่ได้คำนวณจากขนาดโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่บริษัทประกันจะพิจารณาจาก ความเสี่ยงของธุรกิจ เป็นหลัก
ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยประกันโรงงานแตกต่างกัน
1 ประเภทกิจการของโรงงาน
ธุรกิจแต่ละประเภทมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน เช่น
ความเสี่ยงสูง
โรงงานพลาสติก
โรงงานเคมี
โรงงานโฟม
โรงงานไม้
ความเสี่ยงต่ำกว่า
โรงงานประกอบสินค้า
โรงงานอาหาร
โรงงานอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท
โรงงานที่มีความเสี่ยงไฟไหม้สูง มักมีเบี้ยประกันสูงกว่า
2 โครงสร้างอาคารโรงงาน
โครงสร้างอาคารมีผลต่อความเสี่ยง เช่น
อาคารที่ความเสี่ยงต่ำ
โครงสร้างคอนกรีต
โครงสร้างเหล็กมาตรฐาน
อาคารที่ความเสี่ยงสูง
โกดังเก็บสินค้าแบบชั่วคราว
โครงสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน
3 ระบบป้องกันอัคคีภัย
โรงงานที่มีระบบความปลอดภัย เช่น
ระบบสปริงเกลอร์
ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
ถังดับเพลิงมาตรฐาน
มักได้รับการประเมินความเสี่ยงต่ำกว่า และเบี้ยประกันอาจถูกลง
4 มูลค่าทรัพย์สินในโรงงาน
เบี้ยประกันจะคำนวณจากทุนประกัน เช่น
อาคารโรงงาน
เครื่องจักร
สต๊อกสินค้า
หากมูลค่าทรัพย์สินสูง เบี้ยประกันก็จะสูงตาม
5 ทำเลที่ตั้งของโรงงาน
พื้นที่ตั้งโรงงานมีผลต่อความเสี่ยง เช่น
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
พื้นที่เข้าถึงรถดับเพลิงยาก
พื้นที่อุตสาหกรรมหนาแน่น
บริษัทประกันจะนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณา
6 ประวัติการเคลม
หากโรงงานเคยเกิดเหตุ เช่น
ไฟไหม้
น้ำท่วม
เคลมประกันบ่อย
อาจทำให้เบี้ยประกันในอนาคตสูงขึ้น
ทำอย่างไรให้เบี้ยประกันถูกลง
เจ้าของโรงงานสามารถลดความเสี่ยงได้ เช่น
ติดตั้งระบบดับเพลิง
ปรับปรุงระบบไฟฟ้า
จัดเก็บสินค้าอย่างปลอดภัย
มีมาตรการความปลอดภัยในโรงงาน
เมื่อความเสี่ยงลดลง บริษัทประกันก็อาจเสนอเบี้ยประกันที่เหมาะสมมากขึ้น
สรุป
เหตุผลที่เบี้ยประกันโรงงานแต่ละแห่งไม่เท่ากัน เพราะบริษัทประกันจะพิจารณาจาก ระดับความเสี่ยงของธุรกิจ
ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
ประเภทกิจการ
โครงสร้างอาคาร
ระบบป้องกันอัคคีภัย
มูลค่าทรัพย์สิน
ทำเลที่ตั้ง
ประวัติการเคลม
การบริหารความเสี่ยงในโรงงานอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ได้รับเบี้ยประกันที่เหมาะสม และช่วยปกป้องธุรกิจได้อย่างมั่นคง