16 จำนวนผู้เข้าชม |
ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มีความเปราะบางต่อเหตุไม่คาดฝันสูงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ การจัดทำประกันภัยที่ตรงจุดจะช่วยป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักได้ โดยประกันภัยที่ SME ควรมีประกอบด้วย 5 ด้านหลักดังนี้
1. ประกันอัคคีภัยและทรัพย์สิน (Property & Fire Insurance)
คุ้มครองโครงสร้างอาคาร เครื่องจักร สต็อกสินค้า และเฟอร์นิเจอร์ จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยจากน้ำ และภัยธรรมชาติอื่นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่อาจทำให้เงินทุนจมหายไปในคราวเดียว
2. ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Public Liability)
คุ้มครองเมื่อธุรกิจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น เช่น ลูกค้าลื่นล้มในร้าน หรือป้ายโฆษณาหล่นทับรถของผู้อื่น ประกันจะช่วยจ่ายค่าชดเชยและค่าต่อสู้คดีแทนเจ้าของกิจการ
3. ประกันการหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Interruption)
หากเกิดเหตุที่ทำให้ต้องปิดร้านหรือโรงงานชั่วคราว (จากเหตุที่คุ้มครองในข้อ 1) ประกันส่วนนี้จะชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป รวมถึงครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่าที่และเงินเดือนพนักงาน
4. ประกันกลุ่มพนักงาน (Group Health & Life)
การจัดสวัสดิการช่วยลดอัตราการลาออกและสร้างแรงจูงใจ โดยเบี้ยประกันสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายของนิติบุคคลเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 100%
5. ประกันขนส่งสินค้า (Inland Transit)
สำหรับ SME ที่มีการส่งมอบสินค้าเป็นประจำ คุ้มครองความสูญเสียระหว่างการขนส่งจากอุบัติเหตุ รถคว่ำ หรือของสูญหาย ซึ่งมักมีราคาถูกกว่าการรับผิดชอบความเสียหายเอง
ช่องทางการติดต่อรับคำปรึกษาและออกแบบแผนประกัน
หากต้องการเปรียบเทียบเบี้ยประกัน SME จากหลากหลายบริษัท (เช่น วิริยะ, กรุงเทพประกันภัย, ทิพยประกันภัย) สามารถติดต่อทีมงานศรีกรุงเมนเทอร์เพื่อขอใบเสนอราคาได้ที่:
คุณบอย: 0802956052
คุณปูเป้: 0802951830
Line: @srikrungmentor