การเปลี่ยนแปลงสีรถก็เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางเอกสารของรถ ซึ่งทุกครั้งที่คุณนำรถไปเปลี่ยนสีใหม่ให้แตกต่างจากเดิมในทะเบียนเล่ม ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนด้วยกรรมวิธีใดก็ตาม คุณจะต้องแจ้ง เปลี่ยนสีรถ กับ กรมการขนส่งทางบกทุกครั้ง เพราะหากไม่มีการแจ้งเปลี่ยนสี ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งเรามีข้อมูลถาม-ตอบเกี่ยวกับการแจ้งเปลี่ยนสีรถยนต์ และการเตรียมเอกสารต่างๆ ฉะนั้นมาดูกันว่าขั้นตอนในการแจ้งเปลี่ยนสีรถยนต์นั้นมีวิธีการอย่างไร แจ้งได้ที่ไหน และต้องดำเนินการอะไรบ้าง มาหาคำตอบได้ที่บทความนี้เลย!
แนวทางปฎิบัติในการจดแจ้งสีรถยนต์มีอะไรบ้าง
ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกกำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับกำหนดสีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ดังนี้
- กรณีตัวรถมีสีเดียวให้กำหนดสีที่เป็นสีหลักเพียงสีเดียว โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเข้มของสีที่แตกต่างกัน
- กรณีที่ตัวรถมีหลายสี โดยแต่ละสีแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจนในบริเวณตัวถังส่วนที่สำคัญของรถ (ฝากระโปรงหน้า-ท้าย หลังคา หรือประตู) ให้กำหนดสีที่เป็นสีหลักเป็นสีของรถไม่เกิน 3 สี เช่น ตัวรถมีสีขาวแต่ส่วนของหลังคามีสีแดงให้กำหนดเป็นสีขาว-แดง หรือตัวรถมี 3 สีคือ สีขาว สีแดง และสีดำ ให้กำหนดเป็นสีขาว-แดง-ดำ
- กรณีตัวรถมีมากกว่า 3 สี หากสามารถกำหนดสีหลักของตัวรถได้ ให้กำหนดสีหลักไว้ 2 สี เช่น สีหลักเป็นสีขาวและสีแดง ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถให้ระบุเป็น สีขาว-แดง-หลายสี แต่หากไม่สามารถกำหนดสีหลักได้ให้ระบุในสมุดคู่มือประจำรถเป็น “หลายสี” ไม่ว่าจะเปลี่ยนสีรถโดยวิธีติดสติ๊กเกอร์ ฟิล์ม หรือคาร์บอนเคฟล่าหรือวัสดุอื่นใดก็ตาม ถ้าทำให้สีหลักของรถเปลี่ยนแปลงไปให้เจ้าของรถแจ้งเปลี่ยนสีรถได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วไทย
แจ้งเปลี่ยนสีรถยนต์ได้ที่ไหน ใช้เอกสารอะไร ดำเนินการอย่างไรบ้าง?ในการแจ้งเปลี่ยนสีรถยนต์นั้นคุณสามารถดำเนินการได้โดยตรงที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเอกสารที่ต้องใช้ มีด้วยกันดังนี้
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- หลักฐานการเปลี่ยนสีรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าจ้างทำสีรถ
โดยคุณสามารถนำเอกสารเหล่านี้เข้าไปเขียนยื่นเรื่องกับกรมการขนส่งทางบกได้ในทันที โดยมีขั้นตอนดำเนินการด้วยกันดังนี้
- ยื่นคำขอนำรถเข้ารับการตรวจสอบ พร้อมเอกสาร
- รอเจ้าหน้าที่ทำการตรวจ แล้วรับใบแจ้งผลการตรวจสอบรถ
- ชำระค่าธรรมเนียม (ค่าแก้ไขรายการในทะเบียน 50 บาท และค่าตรวจสภาพรถ 50 บาท)
- รอรับเอกสารคืน
แจ้งเปลี่ยนสีรถยนต์ ราคาเท่าไรราคาค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการแจ้งเปลี่ยนสีรถยนต์
- ค่าธรรมเนียมการแจ้งเปลี่ยนสีรถ 50 บาท
- ค่าดำเนินการตรวจสภาพรถโดยกรมการขนส่งทางบก 50 บาท
- ค่าคำขอ 5 บาท
ยกเว้น กรณีสีคาดหรือแถบคาดที่ใช้ตกแต่งรถ โดยไม่ทำให้สีหลักของรถเปลี่ยนแปลงไปและไม่ถือว่าเป็นสีรถ ไม่ต้องแจ้งเปลี่ยนสีรถแต่อย่างใด
ติดสติกเกอร์ หรือวัสดุอื่นๆ ต้องแจ้งเปลี่ยนสีรถด้วยหรือไม่?หลายๆ คนอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าหากแปะสติกเกอร์รอบคัน หรือวัสดุอื่นๆ เช่นเคฟล่า ในกรณีแบบนี้จะต้องแจ้งเปลี่ยนสีรถยนต์ด้วยหรือเปล่านะ?
หากสติกเกอร์หรือสีที่ทำมาใหม่นั้นเกินกว่า 30% ของตัวรถ ต้องทำการแจ้งเปลี่ยนสีรถอย่างแน่นอน
ซึ่งจะสังเกตได้ว่าหลายๆ คนจะเปลี่ยนสีรถกันในส่วนของฝากระโปรงหน้า หรือกระโปรงท้าย ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้เกินกว่า 30% ของตัวรถอย่างแน่นอน ถ้าใครทำสีรถในจุดดังกล่าว อย่าลืมไปแจ้งเปลี่ยนสีรถกับกรมการขนส่งทางบกเด็ดขาดเลยนะครับ มิฉะนั้นอาจจะเสียค่าปรับได้
ต้องแจ้งเปลี่ยนสีรถภายในกี่วัน? แจ้งไม่ทันผิดกฏหมายหรือไม่?หากเจ้าของรถทำการเปลี่ยนสีรถยนต์ แต่ไม่ทำการแจ้งเรื่องภายใน 7 วัน หากโดนเจ้าหน้าที่จราจรตรวจสอบ จะมีความผิดตาม พรบ. รถยนต์มาตรา 60 ต้องโทษปรับสูงสุดไม่ 2,000 บาท
ทางเงินติดล้อแนะนำว่าสละเวลาเพียงเล็กน้อยไปแจ้งเปลี่ยนสีรถที่กรมการขนส่งทางบกดีกว่าครับ ค่าใช้จ่ายรวมแล้วเบ็ดเสร็จประมาณ 100 บาทเท่านั้น ดีกว่าต้องเสียเวลาเมื่อเจ้าหน้าที่จราจรตรวจสอบ และเสียค่าปรับที่แพงกว่าดีกว่า
สำหรับใครที่สนใจจะสมัครสมาชิกกับศรีกรุงโบรคเกอร์ สามารถสมัครสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ได้ที่เว็บไซต์ www.srikrungmentor.com หรือแอดไลน์มาที่ @srikrungmentor เพียงกดเพิ่มเพื่อนที่ https://lin.ee/5hl2T56 หรือติดต่อสมัครสมาชิกศรีกรุงสาขาปทุมธานี ดีดีศูนย์รวมประกันภัย รังสิตคลองสาม
โทร080-2951830 / 080-2956052 /061-8235619