0 จำนวนผู้เข้าชม |
ค่าเสียหายจากการถูกแฮกระบบแพงแค่ไหน
ในยุคดิจิทัล การถูกแฮกระบบไม่ได้สร้างความเสียหายแค่ด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อรายได้ ชื่อเสียง และความเชื่อมั่นของลูกค้าอีกด้วย หลายธุรกิจประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป จนเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ค่าใช้จ่ายกลับสูงกว่าที่คิดมาก
ค่าเสียหายที่ธุรกิจอาจต้องเจอ
เมื่อธุรกิจถูกโจมตีทางไซเบอร์ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมักไม่ได้มีแค่ค่าแก้ระบบ แต่รวมถึงหลายด้าน เช่น
1 ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขระบบ IT
หลังถูกแฮก ธุรกิจต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน IT เพื่อวิเคราะห์ระบบ หาสาเหตุ และแก้ไขช่องโหว่
ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจอยู่ตั้งแต่
หลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนบาท หรือมากกว่านั้น
2 ค่าใช้จ่ายในการกู้ข้อมูล
หากข้อมูลถูกลบ ถูกเข้ารหัส หรือเสียหาย ธุรกิจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการกู้ข้อมูลกลับมา
การกู้ข้อมูลบางครั้งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยเฉพาะหากเป็นข้อมูลสำคัญของบริษัท
3 ความเสียหายจากธุรกิจหยุดดำเนินงาน
เมื่อระบบถูกโจมตี ธุรกิจอาจไม่สามารถใช้งานระบบได้ เช่น
เว็บไซต์ล่ม
ระบบขายใช้งานไม่ได้
ลูกค้าไม่สามารถสั่งซื้อสินค้า
ทำให้ธุรกิจสูญเสียรายได้ในช่วงเวลานั้น
4 ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย
หากข้อมูลลูกค้ารั่วไหล ธุรกิจอาจต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เช่น
ค่าทนายความ
ค่าดำเนินคดี
ค่าชดเชยลูกค้า
ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
5 ความเสียหายด้านชื่อเสียงธุรกิจ
นอกจากค่าใช้จ่ายโดยตรงแล้ว การถูกแฮกระบบยังทำให้ลูกค้าสูญเสียความเชื่อมั่นในบริษัท
บางธุรกิจต้องใช้เวลานานในการกู้ภาพลักษณ์และความไว้วางใจของลูกค้ากลับมา
สรุป
ค่าเสียหายจากการถูกแฮกระบบอาจสูงตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจและความรุนแรงของเหตุการณ์
การมี ประกันไซเบอร์ (Cyber Insurance) จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง ช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้ธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
สอบถามรายละเอียดประกันไซเบอร์