0 จำนวนผู้เข้าชม |
เคสรถชนเสาไฟฟ้า ค่าเสียหายใครรับผิดชอบ
อุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการชนกับรถคันอื่นเท่านั้น บางครั้งผู้ขับขี่อาจเสียการควบคุมรถและพุ่งชนทรัพย์สินสาธารณะ เช่น เสาไฟฟ้า ป้ายจราจร รั้ว หรือสิ่งก่อสร้างข้างทาง ซึ่งอาจทำให้เกิดค่าเสียหายจำนวนมาก
หลายคนจึงสงสัยว่า หากรถชนเสาไฟฟ้า ค่าเสียหายใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และประกันรถยนต์สามารถช่วยดูแลได้หรือไม่
บทความนี้จะยกตัวอย่างเคสจริงของรถที่พุ่งชนเสาไฟฟ้า และอธิบายว่าความรับผิดชอบและการเคลมประกันเป็นอย่างไร
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน ขณะที่ผู้ขับขี่กำลังขับรถกลับบ้าน
บริเวณถนนเป็นทางโค้งและมีฝนตก ทำให้พื้นถนนลื่นกว่าปกติ เมื่อผู้ขับขี่หักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยว รถเกิดเสียการควบคุมและพุ่งขึ้นฟุตบาท
รถพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างแรง ทำให้เสาไฟฟ้าเอียงและระบบไฟฟ้าบริเวณนั้นได้รับผลกระทบ
รถของผู้ขับขี่ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักบริเวณด้านหน้า
ความเสียหายที่เกิดขึ้น
หลังจากตรวจสอบเหตุการณ์ พบว่าความเสียหายมีหลายส่วน ได้แก่
ค่าซ่อมเสาไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า
ประมาณ 80,000 – 150,000 บาท
ค่าซ่อมรถยนต์
ประมาณ 120,000 – 200,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่นค่าลากรถ
ประมาณ 5,000 – 10,000 บาท
รวมค่าเสียหายทั้งหมดอาจสูงกว่า 300,000 บาท
ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหาย
เสาไฟฟ้าถือเป็นทรัพย์สินของหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น การไฟฟ้า
หากเกิดเหตุรถชนเสาไฟฟ้า ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่อทรัพย์สินดังกล่าว
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประเมินค่าเสียหายและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ขับขี่
ประกันรถยนต์ช่วยได้หรือไม่
หากเจ้าของรถทำประกันรถยนต์ชั้น 1
ประกันจะดูแลค่าเสียหายสองส่วนหลัก
ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
เช่น เสาไฟฟ้า ป้ายจราจร หรือทรัพย์สินสาธารณะ
ค่าซ่อมรถของผู้เอาประกัน
รถสามารถนำเข้าซ่อมตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
ดังนั้นเจ้าของรถจึงไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตัวเอง
หากไม่มีประกันจะเกิดอะไรขึ้น
ในกรณีที่ไม่มีประกันรถยนต์
ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง ทั้งค่าซ่อมเสาไฟฟ้าและค่าซ่อมรถของตัวเอง
ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
ขั้นตอนการจัดการเมื่อเกิดเหตุ
เมื่อเกิดเหตุรถชนเสาไฟฟ้า ควรดำเนินการดังนี้
ตั้งสติและตรวจสอบความปลอดภัย
แจ้งบริษัทประกันทันที
ถ่ายภาพความเสียหายและจุดเกิดเหตุ
แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รอเจ้าหน้าที่สำรวจภัยเข้ามาประเมินเหตุการณ์
วิธีลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ
อุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้ามักเกิดจากการควบคุมรถไม่ทันหรือถนนลื่น
เพื่อลดความเสี่ยง ควรปฏิบัติดังนี้
ขับรถด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงฝนตก
ลดความเร็วเมื่อเข้าสู่ทางโค้ง
ตรวจสอบสภาพรถเป็นประจำ
หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
สรุป
เคสรถชนเสาไฟฟ้าเป็นอุบัติเหตุที่ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะ
หากมีประกันรถยนต์ชั้น 1 บริษัทประกันจะเข้ามาช่วยดูแลค่าเสียหายทั้งเสาไฟฟ้าและรถของผู้เอาประกัน ทำให้เจ้าของรถไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
การมีประกันรถยนต์จึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด
สอบถามเรื่องประกันรถยนต์
0802956052 (คุณบอย)
0802951830 (คุณปูเป้)
Line : @srikrungmentor