3 จำนวนผู้เข้าชม |
ประกันรถยนต์ในนามนิติบุคคล (บริษัท) และในนามบุคคลธรรมดา มีความแตกต่างที่สำคัญทั้งในด้านการใช้งาน ภาษี และเงื่อนไขการรับประกันภัย ดังนี้ครับ
1. วัตถุประสงค์การใช้งาน
ส่วนบุคคล: จดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดา ใช้เพื่อการส่วนตัว รับส่งบุตรหลาน หรือใช้ไปทำงานปกติทั่วไป
ในนามบริษัท: จดทะเบียนในนามนิติบุคคล มักใช้เพื่อกิจการของบริษัท เช่น รับส่งพนักงาน ขนส่งสินค้า หรือให้ผู้บริหารใช้งาน ซึ่งความเสี่ยงในการใช้รถมักสูงกว่ารถส่วนตัวเนื่องจากมีการใช้งานที่บ่อยและหนักกว่า
2. สิทธิประโยชน์ทางภาษี
ส่วนบุคคล: ไม่สามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้
ในนามบริษัท: สามารถนำค่าเบี้ยประกันภัยมาหักเป็น "ค่าใช้จ่ายของบริษัท" เพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 100% นอกจากนี้หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ยังสามารถนำภาษีซื้อจากเบี้ยประกันมาหักออกจากภาษีขายได้อีกด้วย (ตามเงื่อนไขประเภทรถ)
3. อัตราเบี้ยประกันภัย
ส่วนบุคคล: เบี้ยประกันมักจะถูกกว่า เนื่องจากประวัติการขับขี่ผูกติดกับบุคคลคนเดียวและความเสี่ยงต่ำกว่า
ในนามบริษัท: เบี้ยประกันมักจะสูงกว่ารถส่วนบุคคลประมาณ 10-20% เนื่องจากบริษัทประกันมองว่าเป็นรถที่ใช้ในเชิงพาณิชย์หรือมีผู้ขับขี่หลายคน ทำให้โอกาสเกิดอุบัติเหตุมีมากกว่า
4. การระบุชื่อผู้ขับขี่
ส่วนบุคคล: สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่เพื่อรับส่วนลดเบี้ยประกันได้สูงสุด 2 คน
ในนามบริษัท: โดยปกติจะเป็นกรมธรรม์แบบ "ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่" เพื่อให้พนักงานทุกคนในบริษัทสามารถขับขี่ได้โดยได้รับความคุ้มครองตามปกติ
5. เอกสารที่ใช้ทำประกัน
ส่วนบุคคล: สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนรถ
ในนามบริษัท: หนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 6 เดือน), ภพ.20 (ถ้ามี), สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ และสำเนาทะเบียนรถ
บทสรุปการเลือก: หากคุณมีบริษัทและรถคันนั้นใช้เพื่อกิจการ การทำประกันในนามบริษัทจะช่วยในเรื่องการบริหารจัดการภาษีได้ดีกว่ามาก แต่หากเป็นรถบ้านที่ใช้เองทั่วไป การทำในนามบุคคลจะช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้มากกว่าครับ
ปรึกษาการจัดทำประกันในนามนิติบุคคลเพื่อหักค่าใช้จ่าย หรือเปรียบเทียบเบี้ยประกัน
คุณบอย: 0802956052
คุณปูเป้: 0802951830
Line : @srikrungmentor