4 จำนวนผู้เข้าชม |
ทำไมเบี้ยประกันถึงแพงขึ้น
หลายคนเริ่มสังเกตว่า “ต่อประกันปีนี้ ทำไมแพงขึ้นกว่าปีที่แล้ว”
ไม่ว่าจะเป็นประกันรถ บ้าน ธุรกิจ หรือโรงงาน
ความจริงคือ เบี้ยประกันไม่ได้ขึ้นแบบสุ่ม แต่มีเหตุผลที่ชัดเจนจาก “ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น”
1. มีประวัติเคลม
ถ้าปีที่ผ่านมาเคยเคลม
เคลมบ่อย
เคลมหนัก
บริษัทประกันจะมองว่าความเสี่ยงสูงขึ้น
ทำให้เบี้ยปีถัดไป “ปรับเพิ่ม”
2. ค่าซ่อมและค่าอะไหล่แพงขึ้น
ปัจจุบัน
ค่าแรงช่างสูงขึ้น
อะไหล่นำเข้าแพงขึ้น
โดยเฉพาะ
รถ EV
เครื่องจักร
อุปกรณ์ธุรกิจ
ส่งผลให้บริษัทประกันต้องปรับเบี้ยให้สอดคล้องกับต้นทุน
3. ความเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น
ช่วงหลังมีเหตุการณ์มากขึ้น เช่น
น้ำท่วม
พายุ
ไฟไหม้
อุบัติเหตุ
เมื่อเคลมในระบบเพิ่มขึ้น
บริษัทประกันต้องกระจายความเสี่ยงด้วยการ “ขึ้นเบี้ย”
4. ทุนประกันเพิ่มขึ้น
ถ้าคุณปรับทุนประกันสูงขึ้น
เช่น
รถราคาสูงขึ้น
เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน
เบี้ยก็จะเพิ่มตามโดยตรง
5. เปลี่ยนเงื่อนไขให้คุ้มครองมากขึ้น
ถ้าปีนี้คุณเลือก
เพิ่มความคุ้มครอง
ลดค่า Excess
เพิ่มวงเงิน
เบี้ยจะสูงขึ้น แต่ได้ความคุ้มครองมากขึ้นเช่นกัน
6. อายุทรัพย์สินหรือผู้ขับขี่
ผู้ขับอายุน้อย → เสี่ยงสูง → เบี้ยสูง
รถเก่า → โอกาสเสียหายสูง → เบี้ยอาจเพิ่ม
7. ปัจจัยจากบริษัทประกัน
บางช่วงบริษัทประกัน
ปรับโครงสร้างราคา
ปรับกลุ่มลูกค้า
ปรับความเสี่ยงในพอร์ต
ทำให้เบี้ยในตลาด “ขยับขึ้นทั้งระบบ”
8. Loss Ratio สูง
Loss Ratio คือ อัตราส่วน “เงินเคลม / เบี้ยที่เก็บได้”
ถ้าบริษัทจ่ายเคลมเยอะ
แต่เก็บเบี้ยได้น้อย
สุดท้ายต้องขึ้นเบี้ยเพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้
9. พื้นที่เสี่ยง
ถ้าทรัพย์สินอยู่ในพื้นที่
น้ำท่วมบ่อย
ไฟไหม้บ่อย
อุบัติเหตุสูง
เบี้ยจะถูกปรับเพิ่มตามความเสี่ยง
10. สรุป
เบี้ยประกันที่แพงขึ้น ไม่ใช่เพราะบริษัทอยากขึ้น
แต่เกิดจาก
ความเสี่ยงเพิ่ม
ค่าเสียหายสูงขึ้น
สถิติการเคลมเพิ่ม
สิ่งสำคัญคือ
“เลือกแผนที่เหมาะ” ไม่ใช่ “ถูกที่สุด”
เพราะเวลามีเคลมจริง ความคุ้มครองจะเป็นตัวช่วยคุณมากที่สุด
สนใจเช็คราคาและวิเคราะห์เบี้ยให้เหมาะกับคุณ
โทร 0802956052 (คุณบอย)
โทร 0802951830 (คุณปูเป้)
Line : @srikrungmentor
มีทีมช่วยวิเคราะห์เบี้ย เปรียบเทียบหลายบริษัท และออกแบบแผนประกันให้เหมาะกับงบและความเสี่ยงของคุณ พร้อมดูแลครบจนถึงเคลมจริง