7 จำนวนผู้เข้าชม |
การแต่งรถยนต์เป็นสิ่งที่เจ้าของรถหลายคนชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนล้อแม็ก ติดตั้งสเกิร์ตหรือสปอยเลอร์ ไปจนถึงการเพิ่มระบบเครื่องเสียงและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เพื่อเสริมความสวยงามและตอบโจทย์การใช้งาน อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาในมุมของการทำประกันภัยรถยนต์ ควรทำความเข้าใจก่อนว่า อุปกรณ์ตกแต่งรถเหล่านี้จะได้รับความคุ้มครองด้วยหรือไม่ และหากเกิดความเสียหาย บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบในขอบเขตความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์มากน้อยเพียงใด
ประกันภัยรถยนต์ครอบคลุมอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปแล้ว บริษัทประกันภัยจะคุ้มครองรถยนต์ตามมาตรฐานจากโรงงาน เช่น
โครงสร้างรถยนต์มาตรฐานจากโรงงาน
อุปกรณ์แต่งรถที่ติดตั้งมาพร้อมจากโรงงาน หรือจากศูนย์จำหน่ายเท่านั้น เช่น ระบบแอร์ วิทยุ ล้อเดิมจากโรงงาน และอุปกรณ์พื้นฐานอื่น ๆ
ในกรณีที่เจ้าของรถมีการแต่งรถเพิ่มเติมนอกเหนือจากมาตรฐานโรงงาน บริษัทประกันภัยบางแห่งอาจขยายความคุ้มครองให้ โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถ
เงื่อนไขของบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับรถแต่ง
แต่ละบริษัทประกันภัยมีเงื่อนไขความคุ้มครองรถแต่งแตกต่างกัน บางบริษัทประกันภัยอาจขยายความคุ้มครองให้วงเงินเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์แต่งรถ แต่บางแห่งอาจไม่รับทำประกันภัยรถยนต์เลย ดังนั้นก่อนทำประกันภัยรถยนต์ควรสอบถามและตรวจสอบเงื่อนไขอย่างละเอียด โดยการพิจารณาความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์แต่งรถจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ดังต่อไปนี้
1. กรณีที่ประกันภัยรถยนต์ “ไม่คุ้มครอง” อุปกรณ์แต่งรถ
ในบางกรณี แม้คุณจะแจ้งความประสงค์ขอซื้อความคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถเพิ่มเติมแล้ว บริษัทประกันภัยก็อาจปฏิเสธที่จะให้ความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์แต่งรถบางประเภท ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
อุปกรณ์แต่งรถที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ชัดเจน เช่น การติดสติ๊กเกอร์, การเคลือบแก้ว, การทำสีพิเศษ หรือการ wrap สีรถยนต์
อุปกรณ์แต่งรถที่ส่งผลต่อโครงสร้างหรือความปลอดภัยของรถ เช่น การดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มความเร็ว ซึ่งอาจขัดต่อมาตรฐานความปลอดภัย
อุปกรณ์แต่งรถที่หายากหรือมีราคาสูงมากจนเกินวงเงินคุ้มครองมาตรฐาน เช่น ล้อแม็กหรือเครื่องเสียงที่มีราคาแพงมาก จนทำให้บริษัทประกันภัยไม่สามารถหาอะไหล่มาซ่อมแซมหรือประเมินค่าเสียหายได้
ก่อนที่จะตัดสินใจแต่งรถหรือก่อนทำประกันภัยรถยนต์ จึงควรสอบถามรายละเอียดกับบริษัทประกันภัยอย่างชัดเจน และตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ให้ถี่ถ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต
2. กรณีที่ประกันภัยรถยนต์ “คุ้มครอง” อุปกรณ์แต่งรถ
หากเจ้าของรถต้องการให้ประกันภัยรถยนต์ครอบคลุมอุปกรณ์แต่งรถ บริษัทประกันภัยบางแห่งสามารถเสนอทางเลือกการขยายความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์แต่งรถเพิ่มเติมได้ โดยมีเงื่อนไขการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่ม ขั้นตอนนี้บริษัทประกันภัยจะประเมินมูลค่าของอุปกรณ์ที่คุณติดตั้ง และคำนวณค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติม โดยทั่วไปวงเงินคุ้มครองอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท หรือตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันภัยกำหนด โดยคุณมีหน้าที่จัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม และต้องยื่นเอกสารเพื่อประกอบการขอขยายความคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถ ได้แก่
หลักฐานการติดตั้งอะไหล่แต่งรถ
ใบเสร็จค่าอุปกรณ์แต่งรถต่าง ๆ
ภาพถ่ายอุปกรณ์ที่ติดเพิ่มขึ้นมา (กรณีไม่ได้มีการตรวจสภาพรถ หรือตกแต่งเพิ่มหลังจากทำประกันภัยรถยนต์)
ถ้าไม่แจ้งการแต่งรถกับบริษัทประกันภัยจะเกิดอะไรขึ้น?
คุณจำเป็นต้องแจ้งบริษัทประกันภัยเมื่อแต่งรถ เพราะหากไม่แจ้งบริษัทประกันภัยให้ทราบ อาจเข้าข่ายผู้เอาประกันภัยละเลยไม่เปิดเผยความจริง ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทประกันภัยสามารถบอกเลิกสัญญาหรือปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายได้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบว่าการดัดแปลงรถยนต์นั้นส่งผลต่อประสิทธิภาพของรถที่มีผลต่อความปลอดภัยหรือความเสี่ยงในการขับขี่
วิธีเลือกประกันภัยรถยนต์ให้ครอบคลุมอุปกรณ์แต่งรถ
การเลือกประกันภัยให้คุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินไป หากคุณทราบข้อกำหนดและเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันภัยอย่างละเอียด นี่คือขั้นตอนการเลือกประกันภัยรถยนต์ให้ครอบคลุมอุปกรณ์แต่งรถที่คุณสามารถทำได้
ตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครอง ของแต่ละบริษัทประกันภัยว่ามีการขยายความคุ้มครองอุปกรณ์แต่งรถหรือไม่
สอบถามข้อมูลความคุ้มครองเพิ่มเติม กับบริษัทประกันภัยและค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับการขยายความคุ้มครองเพิ่มเติม
ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ เช่น ใบเสร็จค่าอุปกรณ์แต่งรถ รูปถ่าย หรือเอกสารแสดงหลักฐานการติดตั้งอะไหล่แต่งรถ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำประกันภัยรถยนต์
สรุป
ก่อนที่จะทำการแต่งรถควรทำความเข้าใจหรือสอบถามนายหน้าประกันภัยเกี่ยวกับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ในอนาคต เนื่องจากบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่จะคุ้มครองเฉพาะอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน หากมีการตกแต่งเพิ่มเติมบางประเภทอาจไม่ได้รับความคุ้มครองหรือมีเงื่อนไขในการขยายความคุ้มครองได้ และหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น บริษัทประกันภัยก็จะรับผิดชอบเฉพาะตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์เท่านั้น
ทั้งนี้ คุณยังสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์แต่งรถก่อนซื้อประกันภัยรถยนต์ที่อธิบายไว้อย่างละเอียดได้ในบทความ รู้ไว้ก่อนติดตั้ง! อุปกรณ์ตกแต่งแต่ละแบบส่งผลต่อการเคลมประกันรถยังไง?
อ้างอิง
https://www.oic.or.th/
โทร: 080-295-6052 (คุณบอย)
โทร: 080-295-1830 (คุณปูเป้)
Line: @srikrungmentor
Facebook: ศรีกรุงปทุมธานี
https://www.facebook.com/ddinsure1978