สถิติประกันวินาศภัยล่าสุด เปรียบเทียบปี 2567 2568 สะท้อนการเติบโตตลาดประกันภัยอย่างไร

19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สถิติประกันวินาศภัยล่าสุด เปรียบเทียบปี 2567 – 2568 สะท้อนการเติบโตตลาดประกันภัยอย่างไร?

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในหน้ากรมธรรม์ประกันภัยอย่างชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เงื่อนไขประกันภัยที่ระบุรายละเอียดความคุ้มครองที่ซับซ้อนกว่าเดิม การเพิ่มเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) หรือแม้แต่การจำกัดวงเงินความคุ้มครองในบางส่วน รวมถึงเบี้ยประกันภัยในบางหมวด โดยเฉพาะภัยธรรมชาติที่ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความจริงแล้วภาพรวมตลาดประกันวินาศภัยไทยกำลังขยับไปในทิศทางไหนกันแน่?

เพื่อให้เห็นภาพทิศทางของตลาดประกันภัยที่ชัดเจนขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสถิติประกันวินาศภัยอัปเดตล่าสุด โดยเปรียบเทียบข้อมูลสถิติระหว่างปี พ.ศ. 2567 และปี พ.ศ. 2568 ทั้งในมิติของจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยที่สะท้อนถึงการตื่นตัวและความต้องการความคุ้มครองในวงกว้าง และมิติของยอดขายเบี้ยประกันภัยรวมที่สะท้อนถึงขนาดของมูลค่าความคุ้มครองที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ โดยจะแยกวิเคราะห์ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างงานมอเตอร์ (Motor Insurance) และงานนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance) ซึ่งตัวเลขสถิติเหล่านี้กำลังทำหน้าที่เป็น “กระจกบานใหญ่” ที่บอกเล่าการเติบโตและพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยในบ้านเราได้อย่างน่าสนใจ

ภาพรวมสถิติประกันวินาศภัยในประเทศไทยระหว่างปี 2567 – 2568
เมื่อนำภาพรวมของตลาดมาพิสูจน์ด้วย “ข้อมูลจริง” ผ่านการเปรียบเทียบข้อมูลสถิติยอดขายประกันวินาศภัยรวม (Non-Life Insurance) ในปี 2567 ของ IPRB (สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย) และข้อมูลสถิติยอดขายประกันวินาศภัยรวมปี 2568 ของ TIRD (บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) ซึ่งเกิดจากการควบรวมกิจการครั้งสำคัญระหว่างสององค์กรหลัก ได้แก่ บริษัท ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท จำกัด (TID) และ สำนักงานกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย (IPRB) นั้นกำลังบอกเล่าทิศทางที่สำคัญดังนี้


มิติของจำนวนกรมธรรม์ประกันภัย

จำนวนกรมธรรม์ประกันภัย ปี 2567 อยู่ที่ 66.40 ล้านฉบับ
จำนวนกรมธรรม์ประกันภัย ปี 2568 อยู่ที่ 70.35 ล้านฉบับ
กรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มขึ้นประมาณ 3.94 ล้านฉบับ หรือเติบโตประมาณ 5.95% สะท้อนให้เห็นถึงการที่ประชาชนมองเห็นความสำคัญของการมีหลักประกันความคุ้มครองที่ขยายตัวกว้างขึ้น

มิติของมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวม

ปี 2567 มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวม 286,458 ล้านบาท
ปี 2568 มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวม 293,118 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นประมาณ 6,660 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.33% จากปี 2567 การเติบโตของเบี้ยประกันภัยในระดับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่มีต่อการจัดการความเสี่ยงผ่านระบบประกันวินาศภัย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพและการขับเคลื่อนมวลรวมทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

ตัวเลขดังกล่าวของข้อมูลภาพรวมสถิติประกันวินาศภัยในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2567 ถึง พ.ศ. 2568 ข้างต้น ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพทั้งในด้านจำนวนกรมธรรม์และมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวม ซึ่งสะท้อนว่าตลาดประกันภัยนั้นยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความผันผวนทางเศรษฐกิจในบางช่วง ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ มาจากการสอดประสานกันของหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการจดทะเบียนรถใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือ การยกระดับความตระหนักด้านการบริหารความเสี่ยงของประชาชนที่มีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าประกันวินาศภัยได้กลายมาเป็น ‘รากแก้วแห่งความมั่นคงของคนไทย‘ ที่ช่วยให้คนไทยรับมือกับความผันผวนของโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ

ตารางเปรียบเทียบสถิติประกันวินาศภัยระหว่างปี 2567 – 2568
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ตารางต่อไปนี้คือข้อมูลสรุปตัวเลขสำคัญที่แสดงจำนวนยอดขายประกันวินาศภัย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน คือ ยอดขายกลุ่มประกันภัยมอเตอร์ (Motor Insurance) และยอดขายกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance) ดังนี้

ตารางสถิติประกันวินาศภัยเปรียบเทียบยอดขายกลุ่มประกันภัยมอเตอร์ (Motor Insurance) ระหว่างปี 2567 – 2568

ข้อมูลตัวเลขแสดงผลรวมยอดขายกรมธรรม์และมูลค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ประเภทภาคสมัครใจ (Motor Voluntary) และประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. รถยนต์ (Motor Compulsory)

ประเภท
มอเตอร์ (Motor)
ยอดขายประกันภัยปี 2567
ยอดขายประกันภัยปี 2568
จำนวนกรมธรรม์
(ฉบับ)
เบี้ยประกันภัย
(บาท)
จำนวนกรมธรรม์
(ฉบับ)
เบี้ยประกันภัย
(บาท)
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
11,692,682
140,808,474,000
11,904,416
143,243,898,090
ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
36,641,221
20,177,826,000
37,797,670
20,662,342,200
รวม
48,333,903
160,986,300,000
49,702,086
163,906,240,290
ยอดขายกลุ่มประกันภัยมอเตอร์ (Motor Insurance) ระหว่างปี 2567 – 2568

เมื่อวิเคราะห์เจาะลึกลงไปในกลุ่มนี้ พบสัญญาณความเคลื่อนไหวที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมใน 2 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

แรงขับเคลื่อนจากการขยายตัวของปริมาณยานพาหนะ ภาพรวมการเติบโตของทั้งประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจและประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์) มีจำนวนกรมธรรม์เพิ่มขึ้นในปี 2568 มากกว่าปี 2567 คิดเป็น 2.83% ตัวเลขนี้ไม่ได้เพียงแค่แสดงถึงปริมาณรถยนต์ใหม่ที่เข้าสู่ท้องถนนมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตื่นตัวของเจ้าของรถในการให้ความสำคัญกับการทำประกันภัย
ความเชื่อมั่นในความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจยังสำคัญ เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า จำนวนกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์) ขยับตัวสูงมากขึ้นเกือบ 38 ล้านฉบับในปี 2568 แต่ในขณะเดียวกัน มูลค่าเม็ดเงินเบี้ยประกันภัยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกลับพุ่งสูงตามไปมากกว่า 1.4 แสนล้านบาท ปรากฏการณ์นี้เป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญว่าผู้เอาประกันภัยส่วนใหญ่ไม่ได้มองเพียงแค่การปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เพื่อเป็นกลไกสร้างความมั่นคงและลดภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน
 
ตารางสถิติประกันวินาศภัยเปรียบเทียบยอดขายกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance) ระหว่างปี 2567 – 2568

ข้อมูลตัวเลขแสดงผลรวมยอดขายกรมธรรม์และมูลค่าเบี้ยประกันภัยกลุ่มนอนมอเตอร์นี้ ประกอบไปด้วย ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance), ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine and Cargo Insurance) และประกันภัยเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Insurance) ซึ่งรวมไปถึงประกันภัยอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ (Accident and Health Insurance) จัดอยู่ในกลุ่มของประกันภัยเบ็ดเตล็ดด้วย

ประเภท
นอนมอเตอร์ (Non-Motor)
ยอดขายประกันภัยปี 2567
ยอดขายประกันภัยปี 2568
จำนวนกรมธรรม์
(ฉบับ)
เบี้ยประกันภัย
(บาท)
จำนวนกรมธรรม์
(ฉบับ)
เบี้ยประกันภัย
(บาท)
ประกันอัคคีภัย
2,880,712
10,866,202,000
2,969,181
11,404,918,850
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
2,162,279
6,832,113,000
2,305,259
6,467,473,550
ประกันภัยเบ็ดเตล็ด 
13,026,893
107,773,184,000
15,368,823
111,339,416,020
รวม
18,069,884
125,471,499,000
20,643,263
129,211,808,420
ยอดขายกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance) ระหว่างปี 2567 – 2568

การขยายตัวของประกันภัยเบ็ดเตล็ดอาจเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก: ประกันภัยเบ็ดเตล็ดนั้นครอบคลุมประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันสุขภาพ ประกันเดินทาง และประกันประเภทอื่น ๆ ยังคงครองสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ และยอดขายทิ้งห่างหมวดอื่นอย่างชัดเจน ทั้งในมิติของจำนวนกรมธรรม์ (เพิ่มขึ้นกว่า 2.3 ล้านฉบับในปี 2568) และมิติของมูลค่าเบี้ยประกันภัย (เพิ่มขึ้นประมาณ 3,556 ล้านบาท) ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนว่าคนไทยยุคใหม่นี้หันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการค่ารักษาพยาบาลและความเสี่ยงด้านสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตื่นตัว โครงการร่วมจ่าย Copayment ซึ่งเริ่มในเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ผลักดันให้ยอดขายกรมธรรม์ประกันสุขภาพเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ภาคธุรกิจตื่นตัวกับการปกป้องทรัพย์สิน: ข้อมูลสถิติบ่งชี้ถึงความตื่นตัวของภาคธุรกิจอย่างชัดเจน ผ่านการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย มีจำนวนกรมธรรม์สูงถึง 2.9 ล้านฉบับ (หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3.07% จากปี 2567) สอดรับกับการขยายตัวของการลงทุนด้านก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม และด้านเครื่องจักรเครื่องมือ ในหมวดเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ขยายตัวประกอบกับหมวดยานยนต์เร่งขึ้น ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนและประกันภัยทางทะเลและขนส่ง มีจำนวนกรมธรรม์อยู่ที่ 2.3 ล้านฉบับ (หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6.61% จากปี 2567) มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของระบบโลจิสติกส์โดยเฉพาะการขนส่งทางบก ที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเพื่อปกป้องมูลค่าสินค้าและทรัพย์สินระหว่างการขนส่ง และบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุปแนวโน้มตลาดประกันวินาศภัยไทย (สถิติระหว่างปี 2567 – 2568)
จากสถิติธุรกิจประกันวินาศภัยในช่วงปี 2567 – 2568 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดประกันภัยไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเบี้ยประกันภัยในบางประเภทอาจมีการปรับตัวตามภาวะตลาดและปัจจัยทางเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมของอุตสาหกรรมยังคงขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

โดยจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มขึ้นกว่า 3.94 ล้านฉบับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 5.9% ขณะที่มูลค่าเบี้ยประกันภัยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 6,660 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 2.33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ตัวเลขสถิติประกันวินาศภัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจมีความตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงมากขึ้นในหลายมิติ ส่งผลให้การทำประกันภัยยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน

แนวโน้มนี้ยังยืนยันถึง ความเชื่อมั่นต่อธุรกิจประกันวินาศภัยของประเทศไทย ที่ยังคงแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวและความต้องการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจและประชาชนเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตไปพร้อมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ถ้าคุณชื่นชอบบทความเกี่ยวกับแวดวงประกันภัย สามารถอ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม จากศรีกรุงโบรคเกอร์ได้เลย

หรือหากคุณเองก็อยากที่จะวางแผนแนวทางการขายและทำการตลาดเพื่อสร้างรายได้ให้เติบโต ก็สามารถเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยและรับการอบรมต่าง ๆ กับ เจ้าหน้าที่ศรีกรุงโบรคเกอร์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ เรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมบริการให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย (IPRB). (2567). Insurance Industry Flash Report Full Year 2024 (Information Source from Insurance Companies), บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD). (2568). Overview Non-Life Insurance (data as at Dec 2025), บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD). (ม.ป.ป.). เกี่ยวกับเรา



โทร: 080-295-6052 (คุณบอย)
โทร: 080-295-1830 (คุณปูเป้)

Line: @srikrungmentor

Facebook: ศรีกรุงปทุมธานี
https://www.facebook.com/ddinsure1978

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้