รถติดไฟแนนซ์การเคลมแบบ Total Loss ต้องทำอย่างไร?

9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รถติดไฟแนนซ์การเคลมแบบ Total Loss ต้องทำอย่างไร? (กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1)

เจ้าของรถยนต์ทุกคนต้องรู้ เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุหนัก ๆ จนไม่สามารถซ่อมได้ เช่น รถยนต์น้ำท่วม รถยนต์ไฟไหม้ หรือรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุหนักจนไม่สามารถซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ กรณีแบบนี้ศัพท์ทางประกันภัยจะเรียกความเสียหายแบบนี้ว่า “Total Loss” รวมถึงกรณีที่รถยนต์สูญหายทั้งคันก็จะเรียกความเสียหายแบบนี้ว่า “Total Loss” ด้วยเช่นกัน

โดยหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทประกันภัย จะพิจารณาให้รถคันนั้นเข้าสู่สถานะ “Total Loss” หรือ “ความเสียหายสิ้นเชิง” และยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก หากรถคันนั้นยังติดไฟแนนซ์ (ผ่อนชำระอยู่) เจ้าของรถยนต์มักกังวลว่า ประกันภัยจะจ่ายอย่างไร? ใครได้เงินก่อน? เอกสารต้องใช้อะไรบ้าง บทความนี้จะสรุปทุกสิ่งที่เจ้าของรถยนต์ต้องรู้เกี่ยวกับการเคลมแบบ Total Loss

Total Loss คืออะไร?
Total Loss คือ ความเสียหายโดยสิ้นเชิง จากตามประกาศของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) การเคลมประกันภัยรถยนต์จะถูกพิจารณาเป็น Total Loss เมื่อรถยนต์ได้รับความเสียหายรวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ในขณะที่เกิดความเสียหาย นั่นคือ หากได้ประเมินความเสียหายจากการซ่อมสูงเกิน 70% ของมูลค่ารถยนต์ขณะทำประกันภัย บริษัทประกันภัยจะทำการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแบบคืนทุนประกันภัยเต็มจำนวน และหากว่ามีการเอาประกันภัยไว้ ไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่ารถยนต์ในขณะที่เอาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์แล้วแต่กรณี ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ ให้แก่บริษัททันที โดยค่าใช้จ่ายของบริษัท และให้ถือว่าการคุ้มครองรถยนต์นั้นเป็นอันสิ้นสุด


เมื่อรถยนต์เกิด Total Loss และต้องการเคลมประกันภัยรถยนต์ (กรณีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และไม่ติดไฟแนนซ์)
คุณเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันนั้นแล้ว กระบวนการเคลมแบบ Total Loss และผลลัพธ์จะง่ายกว่ากรณีที่ติดไฟแนนซ์ ดังนี้

ตัวอย่างหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 (ทุนประกันภัย 1,000,000 บาท)


การจ่ายสินไหมทดแทนแบบ Total Loss รถยนต์ไม่ติดไฟแนนซ์ทำอย่างไร?
กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 ทุนประกันภัย (มูลค่ารถยนต์ขณะเกิดเหตุ) 1,000,000 บาท เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว และได้มีการประเมินความเสียหาย แยกได้เป็น 2 กรณี

กรณีที่ 1: เข้าเกณฑ์ Total Loss จนไม่อาจซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้

รายละเอียด
ตัวอย่างมูลค่า
ผลการพิจารณา
ทุนประกันภัย
1,000,000 บาท
-
ราคารถยนต์ขณะเกิดความเสียหาย
900,000 บาท
-
เกณฑ์ 70%
630,000 บาท
-
ค่าซ่อมที่ประเมินจริง
850,000 บาท
สูงกว่า 70%
(850,000 มากกว่า 630,000)
ถือเป็น Total Loss
สิ่งที่บริษัทประกันภัยจ่าย
1,000,000 บาท
บริษัทประกันภัยจ่ายเต็มทุนประกันให้ผู้เอาประกันภัย
ผลที่ตามมา
เจ้าของรถต้องโอนกรรมสิทธิ์ซากรถให้บริษัทประกันภัย
กรมธรรม์สิ้นสุดลง
 
กรณีที่ 2: ไม่เข้าเกณฑ์ Total Loss สามารถจัดซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้

รายละเอียด
ตัวอย่างมูลค่า
ผลการพิจารณา
ทุนประกันภัย
1,000,000 บาท
-
ราคารถยนต์ขณะเกิดความเสียหาย
900,000 บาท
-
เกณฑ์ 70%
630,000 บาท
-
ค่าซ่อมที่ประเมินจริง
500,000 บาท
ต่ำกว่า 70%
(500,000 น้อยกว่า 630,000)
ไม่ถือเป็น Total Loss
สิ่งที่บริษัทประกันภัยจ่าย
500,000 บาท
บริษัทประกันภัยจ่ายค่าซ่อมตามจริง ให้แก่ศูนย์ซ่อม/อู่ซ่อมที่ตกลงกัน
ผลที่ตามมา
รถยนต์ถูกนำไปซ่อมแซม
ให้อยู่ในสภาพเดิม
ความคุ้มครองตามกรมธรรม์
ยังคงมีผลอยู่
หากรถยนต์ติดไฟแนนซ์ (ยังผ่อนอยู่) และเป็นการจ่ายแบบ Total Loss บริษัทประกันภัยจ่ายสินไหมอย่างไร?
เมื่อรถยนต์ถูกพิจารณาเป็น Total Loss และรถยนต์ยังติดไฟแนนซ์อยู่ ค่าสินไหมทดแทน โดยวิธีการทั่วไป บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนของทุนประกันภัย ให้กับบริษัทไฟแนนซ์โดยตรง หากกรมธรรม์ดังกล่าวนั้น มีการระบุไฟแนนซ์เป็นผู้รับประโยชน์ หรือบริษัทประกันภัยจะมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ดังนี้

1. การจ่ายค่าสินไหม (คืนทุนประกัน) บริษัทประกันภัยจะดำเนินการจ่ายเงิน 2 ส่วน:

ส่วนที่ 1 จ่ายให้ “ไฟแนนซ์”บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินก้อนแรกไปที่ บริษัทไฟแนนซ์ เพื่อนำไปปิดยอดหนี้คงค้าง (ยอดหนี้ที่เหลือ ณ วันที่เกิดเหตุ)
ส่วนที่ 2 จ่ายให้ “ผู้เอาประกันภัย”หาก“ทุนประกันภัย”เช่น 1,000,000 บาท สูงกว่า “ยอดหนี้คงค้าง” เช่น 500,000 บาท ส่วนต่างที่เหลือ 500,000 บาท จะถูกโอนคืนให้กับผู้เอาประกันภัย (เจ้าของรถ) ตามตัวอย่างตามตารางด้านล่างนี้ เช่น
ตารางแสดงตัวอย่างผลการพิจารณาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ติดไฟแนนซ์เคลม Total Loss กรณีบริษัทประกันภัยจ่ายให้กับไฟแนนซ์และผู้เอาประกันภัย

รายละเอียด
ตัวอย่างมูลค่า
ผลการพิจารณา
ทุนประกันภัย
1,000,000 บาท
-
ราคารถยนต์ขณะเกิดความเสียหาย
900,000 บาท
-
เกณฑ์ 70%
630,000 บาท
-
ค่าซ่อมที่ประเมินจริง
850,000 บาท
สูงกว่า 70%
(850,000 มากกว่า 630,000)
ถือเป็น Total Loss
ยอดหนี้คงค้างกับไฟแนนซ์
500,000 บาท
ผู้เอาประกันภัยผ่อนอยู่กับไฟแนนซ์
บริษัทประกันภัยจ่าย
500,000 บาท
ให้กับไฟแนนซ์
บริษัทประกันภัยจ่าย
500,000 บาท
ให้กับผู้เอาประกันภัย
ผลที่ตามมา
ไฟแนนซ์ต้องโอนกรรมสิทธิ์ซากรถให้บริษัทประกันภัย
กรมธรรม์สิ้นสุดลง
 
หาก “ทุนประกัน” ต่ำกว่า “ยอดหนี้คงค้าง” (เกิดได้หากมูลค่ารถลดลงมาก) หรือหากผู้เอาประกันภัยได้มีการซื้อรถยนต์ผ่านไฟแนนซ์ได้ 2-3 เดือน แล้วเกิดอุบัติเหตุหนัก ๆ จน Total Loss ผู้เอาประกันภัยจะต้องจ่ายเงินส่วนต่างที่ขาดไปให้กับไฟแนนซ์เอง เพื่อปิดหนี้ให้ครบถ้วน ตามตัวอย่างตารางด้านล่างนี้ เช่น
ตารางแสดงตัวอย่างผลการพิจารณาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ติดไฟแนนซ์เคลม Total Loss กรณีผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายส่วนต่างเองเพื่อปิดหนี้

รายละเอียด
ตัวอย่างมูลค่า
ผลการพิจารณา
ทุนประกันภัย
1,000,000 บาท
-
ราคารถยนต์ขณะเกิดความเสียหาย
900,000 บาท
-
เกณฑ์ 70%
630,000 บาท
-
ค่าซ่อมที่ประเมินจริง
850,000 บาท
สูงกว่า 70%
(850,000 มากกว่า 630,000)
ถือเป็น Total Loss
ยอดหนี้คงค้างกับไฟแนนซ์
1,200,000 บาท
ผู้เอาประกันภัยผ่อนกับไฟแนนซ์
มียอดรวมดอกเบี้ย
บริษัทประกันภัยจ่าย
1,000,000 บาท
ให้กับไฟแนนซ์
ผู้เอาประกันภัยจ่ายส่วนต่าง
200,000 บาท
ให้กับไฟแนนซ์ เพื่อปิดหนี้ให้ครบถ้วน
ผลที่ตามมา
ไฟแนนซ์ต้องโอนกรรมสิทธิ์ซากรถให้บริษัทประกันภัย
กรมธรรม์สิ้นสุดลง
วิธีคำนวณยอดหนี้รถติดไฟแนนซ์ (Flat Rate) เมื่อเกิดอุบัติเหตุและเคลม Total Loss
สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในประเทศไทยนั้น ไฟแนนซ์ส่วนใหญ่จะใช้วิธีคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) ซึ่งจะคำนวณจากเงินต้นทั้งหมดคงที่ตลอดอายุสัญญา ซึ่ง

อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ประมาณ 2.5% ถึง 5.5% ต่อปี ขึ้นอยู่กับไฟแนนซ์ที่ผู้เอาประกันภัยเลือก
ระยะเวลาผ่อน: โดยทั่วไปคือ 48, 60, 72, 84 เดือน (4-7 ปี)
วิธีคำนวณดอกเบี้ย (Flat Rate)

สูตรการคำนวณดอกเบี้ยแบบคงที่นั้นง่ายและตายตัว โดยจะคิดดอกเบี้ยจากเงินต้น (ยอดจัดไฟแนนซ์) คงที่ตลอดอายุสัญญา สมมติฐานเพื่อใช้ในการคำนวณยอดจัดไฟแนนซ์ (เงินต้น) 1,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ (สมมติ) 5.5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ: 60 เดือน (5 ปี)

รายการ
รายละเอียด
จำนวนเงิน (บาท)
ราคาซื้อรถยนต์
-
1,250,000 บาท
เงินดาวน์ 20%
-
250,000 บาท
ยอดจัดไฟแนนซ์ (เงินต้น)
-
1,000,000 บาท
ดอกเบี้ยต่อปี
5.50%
55,000 บาท
ดอกเบี้ยรวม
5 ปี
275,000 บาท
ยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด
-
1,275,000 บาท
ดังนั้น ด้วยสมมติฐานอัตราดอกเบี้ย 5.5% ต่อปี ผ่อน 5 ปี คุณจะต้องจ่ายเงินให้กับไฟแนนซ์รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,275,000 บาท

เอกสารที่ต้องใช้ในการเบิกเคลมแบบ Total Loss (กรณีรถติดไฟแนนซ์)
การเคลมแบบ Total Loss จำเป็นต้องมีเอกสารประกอบการพิจารณา เพื่อให้บริษัทประกันภัยดำเนินการจ่ายเงินคืนทุนประกันได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเอกสารหลัก ๆ มีดังนี้

1) เอกสารจากผู้เอาประกันภัย

สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
สำเนาเล่มทะเบียนรถ (ถ้ายังติดไฟแนนซ์จะเป็นสำเนาจากไฟแนนซ์)
เลขบัญชีสำหรับรับเงินส่วนต่าง
หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีผู้ดำเนินการแทน)
2) เอกสารจากไฟแนนซ์

หนังสือรับรองยอดหนี้ปัจจุบัน (ยอดปิดบัญชี)
สำเนาเล่มทะเบียนรถ (เล่มจริงอยู่ที่ไฟแนนซ์)
เอกสารโอนซากรถให้บริษัทประกันภัยหรือผู้ประมูล
3) เอกสารจากบริษัทประกันภัย

เอกสารรับรองผลพิจารณา Total Loss
แบบฟอร์มยินยอมโอนกรรมสิทธิ์รถ (คืนซาก)
หนังสือยืนยันยอดจ่ายสินไหม
สรุป
โดยรวมแล้ว การเคลมแบบ Total Loss ของประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นกระบวนการที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองตามทุนประกันภัยที่ทำไว้ และอาจจะมีมูลค่าที่ไกล้เคียงกับมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน เมื่อเอกสารครบและเข้าเกณฑ์ บริษัทประกันภัยจะดำเนินเรื่องให้รวดเร็วที่สุด ช่วยลดภาระทั้งด้านค่าใช้จ่าย และการจัดการสำหรับเจ้าของรถยนต์ที่กำลังประสบเหตุและได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่น น้ำท่วมหรืออุบัติเหตุรุนแรง แต่ที่สำคัญเลยที่ผู้เอาประกันภัยต้องรู้ คือผู้เอาประกันภัย ไม่สามารถระบุเองได้ว่าต้องการ Total Loss การพิจารณาขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ดังรายละเอียดที่กล่าวมาข้างต้น แต่ผู้เอาประกันภัยสามารถ “เจรจาหรือยื่นขอให้บริษัทประกันภัยตรวจสอบเพิ่มเติม” หากเชื่อว่ารถยนต์ จัดซ่อมแล้วไม่ปลอดภัย หรือไม่อาจอยู่ในสภาพเดิมได้

หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับรถติดไฟแนนซ์ เมื่อต้องเคลมแบบ Total Loss ต้องทำอย่างไร? หรือการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่าง ๆ หรือต้องการเข้ารับการอบรมเพื่อเสริมทักษะ สามารถเข้ามาพูดคุยกับเราได้ที่ “ศรีกรุงโบรคเกอร์ภาคตะวันออก” หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก ศรีกรุงโบรคเกอร์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ เรามีผู้เชี่ยวชาญยินดีตอบคำถามและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการประกันภัยทุกชนิด

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1: รถเสียหายแค่ไหน ถึงจะเคลมแบบ Total Loss ได้?

ตอบ: รถจะถูกพิจารณาเป็น Total Loss เมื่อประเมินค่าซ่อมไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถยนต์ขณะเกิดความเสียหาย หรือรถเสียหายรุนแรงจนไม่อาจซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้

Q2: รถติดไฟแนนซ์ เคลม Total Loss ประกันภัยจ่ายยังไง?

ตอบ: บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนของทุนประกันภัย ให้กับบริษัทไฟแนนซ์โดยตรง หากกรมธรรม์ดังกล่าวนั้น มีการระบุไฟแนนซ์เป็นผู้รับประโยชน์ หรือบริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินให้ไฟแนนซ์ก่อน เพื่อปิดยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่เกิดเหตุ หากมีเงินเหลือจากทุนประกันภัย ส่วนต่างนั้นจะโอนคืนให้เจ้าของรถ

Q3: ถ้าทุนประกันน้อยกว่ายอดหนี้ไฟแนนซ์ ต้องทำอย่างไร?

ตอบ: หากทุนประกันภัยรถยนต์ไม่เพียงพอปิดยอดหนี้ เจ้าของรถต้องชำระเงินส่วนต่างที่ขาดให้กับไฟแนนซ์เอง เพื่อปิดบัญชีให้ครบถ้วนตามสัญญาเช่าซื้อ

Q4: เคลม Total Loss แล้วยังต้องผ่อนรถต่อไหม?

ตอบ: โดยหลักแล้วไม่ต้องผ่อนรถยนต์ต่อ หลังจากบริษัทประกันภัยจ่ายสินไหมทดแทนให้เต็มจำนวนตามทุนประกันภัยเรียบร้อยแล้ว แต่ทางลูกค้าอาจจะต้องมีการชำระเงินในส่วนที่ยังมียอดที่คงค้างอยู่กับทางบริษัทไฟแนนซ์ ซึ่งควรที่จะติดต่อไฟแนนซ์เพื่อตรวจสอบสถานะบัญชีในช่วงรอดำเนินการ เพื่อป้องกันปัญหาประวัติค้างชำระ

Q5: คืนทุนประกัน ซากรถเป็นของใคร?

ตอบ: เมื่อบริษัทประกันภัยจ่ายเงิน คืนทุนประกันกรณี Total Loss แล้ว ซากรถจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทประกันภัย หากมีการกำหนดทุนประกันภัยไว้ไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่ารถยนต์ ในขณะที่ทำประกันภัย โดยผู้เอาประกันภัย (หรือไฟแนนซ์ในกรณีรถติดไฟแนนซ์) ต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ซากรถยนต์ให้บริษัทประกันภัยตามขั้นตอนที่กำหนด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) 
บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จํากัด (มหาชน)
บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)

ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา

โทร: 080-295-6052 (คุณบอย)
โทร: 080-295-1830 (คุณปูเป้)

Line: @srikrungmentor

Facebook: ศรีกรุงปทุมธานี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้