อย่าปล่อยให้ภาษีขาด! ผลกระทบและค่าปรับที่คนใช้รถจักรยานยนต์ต้องรู้

5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อย่าปล่อยให้ภาษีขาด! ผลกระทบและค่าปรับที่คนใช้รถจักรยานยนต์ต้องรู้

ภาษีรถจักรยานยนต์ หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภาษีมอเตอร์ไซค์” หรือ “ภาษีรถ” หรือ “ป้ายวงกลม” นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นข้อบังคับตามกฎหมายที่เจ้าของรถจักรยานยนต์ทุกคันต้องปฏิบัติตาม หากปล่อยให้ภาษีรถจักรยานยนต์ขาดจะมีโทษปรับทางกฎหมาย (เมื่อถูกเรียกตรวจ) และทุกครั้งที่นำรถมาใช้งานถือว่าทำผิดทางกฎหมาย

ภาษีรถจักรยานยนต์ขาดต่อมีผลกระทบและโทษอย่างไร?
ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6 รถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนทุกคันต้องเสียภาษีประจำปี หากไม่มีการชำระภาษี ถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย หากขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่มีการต่อภาษีประจำปี (หรือภาษีขาด) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับปรับได้ โดยมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากรถภาษีขาดเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ ทำให้ไม่สามารถต่อภาษีได้อีกต่อไป จนกว่าจะดำเนินการจดทะเบียนใหม่
ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขสถิติที่ระบุจำนวน “รถจักรยานยนต์ที่ไม่ต่อภาษี” ได้อย่างชัดเจนและยังมีความเข้าใจผิดในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ต่อภาษีประจำปี ซึ่งมักจะคิดว่า “เมื่อไม่ได้ต่อภาษีรถจักรยานยนต์ ก็ไม่จำเป็นต้องต่อ พ.ร.บ. ด้วยก็ได้” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้อง
แม้ภาษีรถจักรยานยนต์ขาดต่อ เจ้าของรถก็ไม่ควรปล่อยให้ พ.ร.บ. ขาดต่อไปด้วย
เจ้าของรถควรเล็งเห็นถึงความสำคัญและต่ออายุทั้งสองอย่างให้พร้อมกัน เพราะหาก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ขาดต่อแล้ว เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับความคุ้มครองเพียงแค่ “ค่าเสียหายเบื้องต้น”

กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย : จะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัย (รวมถึงคู่กรณี) ไปก่อนตามสิทธิ์ เช่น ค่ารักษาพยาบาล (บาดเจ็บ) จ่ายตามจริงสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท หรือเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร 35,000 บาท
เจ้าของรถ หรือ ผู้ขับขี่ ต้องรับผิดชอบ : หลังจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจ่ายเงินไปแล้ว กองทุนฯ จะดำเนินการเรียกเก็บเงินคืนทั้งหมดจากเจ้าของรถ (ผู้ที่เป็นฝ่ายทำให้ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ขาด) ทั้งนี้ เจ้าของรถจักรยานยนต์หรือผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบเอง ถึงแม้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถจะจ่ายให้ก่อน แต่กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยก็จะไปเรียกคืนจากเจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิด
ดังนั้น ถึงแม้จะไม่ได้ต่อภาษีรถจักรยานยนต์ประจำปี แต่เจ้าของรถก็ยังคงมีหน้าที่ต้องทำ พ.ร.บ. เพื่อให้รถจักรยานยนต์มีความคุ้มครองตามกฎหมาย รวมไปถึงความสำคัญของการมี พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ เพื่อเป็นการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากรถทุกคน

กรณีไปต่อภาษีรถจักรยานยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
สมุดคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ (ใช้ตัวจริงหรือสำเนาแทนได้)
บัตรประชาชนของเจ้าของรถจักรยานยนต์เซ็นชื่อกำกับ พร้อมข้อความว่า “ใช้สำหรับต่อภาษีรถจักรยานยนต์เท่านั้น”
หน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์)
กรณีเป็นบริษัท/นิติบุคคล: สำเนาหนังสือรับรองบริษัทและบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ต้องเป็นฉบับที่ออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ เพื่อยืนยันตัวตนของบุคคลที่ลงนามในนามนิติบุคคล
ให้คนอื่นต่อภาษีรถจักรยานยนต์แทนได้ไหม?
*กรณีที่เจ้าของรถให้คนอื่นดำเนินการต่อภาษีรถจักรยานยนต์แทน ต้องกรอกแบบฟอร์มใบมอบอำนาจเพิ่มเติม


คลิกดาวน์โหลดเอกสาร หนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการต่อภาษีรถจักรยานยนต์แทน

รถจักรยานยนต์อายุกี่ปี ต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี
สำหรับรถจักรยานยนต์ที่เกิน 5 ปี ต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ (ตรอ.) โดยเอกสารมีอายุ 3 เดือน นับจากวันที่ออกใบตรวจสภาพรถ

ตัวอย่างค่าปรับเมื่อไม่ต่อภาษีรถจักรยานยนต์
กรณีที่ 1 ขาดต่อภาษีรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 3 ปี (รถยังไม่ถูกระงับทะเบียน สามารถชำระภาษีรถจักรยานยนต์ย้อนหลังและค่าปรับได้ทันที)

ระยะเวลาขาดต่อภาษี
ค่าปรับที่ต้องชำระ (เงินเพิ่ม)
ตัวอย่างการคำนวณ
ล่าช้า/ขาดต่อ
ร้อยละ 1 (1%) ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
ฐานภาษี: 100 บาท/ปี ค่าปรับ/เดือน
ขาดต่อ 1 ปี
12 เดือน
ค่าปรับรวม 1 บาท คูณ 12 เดือน
เท่ากับ 12 บาท
ขาดต่อ 2 ปี
24 เดือน
ค่าปรับรวม 1 บาท คูณ 24 เดือน
เท่ากับ 24 บาท
ขาดต่อ 3 ปี
36 เดือน
ค่าปรับรวม 1 บาท คูณ 36 เดือน
เท่ากับ 36 บาท
ตัวอย่าง: หากขาดต่อทั้งภาษีรถจักรยานยนต์และ พ.ร.บ. เป็นเวลา 1 ปี จะต้องเสียค่าใช้จ่าย ดังนี้

ค่าภาษีรถจักรยานยนต์ค้างชำระย้อนหลัง 1 ปี 100 บาท
ค่าปรับชำระ (เงินเพิ่ม 1%) 12 บาท
ค่า พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ 323.14 – 430.14 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับ ซีซี)
รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณ: 435.14 – 600 บาทขึ้นไป

กรณีที่ 2 ขาดต่อภาษีรถจักรยานยนต์ เกิน 3 ปี (ผลกระทบรุนแรงที่สุด)

ทะเบียนรถจักรยานยนต์จะถูกระงับทันที ถือว่ารถจักรยานยนต์คันนั้นไม่มีสิทธิ์ขับขี่ใช้ในทางสาธารณะต้องทำเรื่องขอ “จดทะเบียนรถใหม่” ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและขั้นตอน ดังนี้

2.1 ค่าปรับภาษี ชำระภาษีรถจักรยานยนต์ค้างชำระย้อนหลังสูงสุด 3 ปี พร้อมค่าปรับ 1% ต่อเดือน ของแต่ละปีที่ค้าง

2.2 ค่าปรับไม่คืนป้าย หากไม่ดำเนินการคืนป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ และสมุดคู่มือภายใน 30 วัน หลังจากถูกระงับทะเบียน อาจมีโทษปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท

2.3 ค่าปรับ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่า ไม่มี พ.ร.บ. (ซึ่งต้องซื้อใหม่เพื่อใช้จดทะเบียน) จะมีโทษปรับ ไม่เกิน 10,000 บาท (แยกส่วนจากค่าปรับภาษีรถจักรยานยนต์)

ตัวอย่าง: หากขาดต่อทั้งภาษีรถจักรยานยนต์และ พ.ร.บ. เกิน 3 ปี จะต้องเสียค่าใช้จ่ายดังนี้

ค่าภาษีรถจักรยานยนต์ค้างชำระย้อนหลัง 3 ปี คิดเป็น 100 คูณ 300 เท่ากับ 300 บาท
ค่าปรับชำระ (เงินเพิ่ม 1% ต่อเดือนของภาษีรถจักรยานยนต์) ที่ค้างชำระจนถึงวันที่ดำเนินการ
ค่า พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ 323.14 – 430.14 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับ ซีซี)
ค่าตรวจสภาพรถจักรยานยนต์ 10 บาท/คัน (ค่าธรรมเนียมที่เสียให้กับกรมการขนส่งทางบก)
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนใหม่ 5 บาท
ค่าสมุดคู่มือใหม่ 100 บาท
ค่าป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ใหม่ 100 บาท
รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณ: 800-1,000 บาทขึ้นไป

*ต้องนำรถจักรยานยนต์ไปตรวจสภาพที่ สำนักงานขนส่งในพื้นที่ที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจดทะเบียนไว้เท่านั้น

สรุป
บทความนี้ผู้เขียนอยากรณรงค์ให้ผู้ใช้รถทุกคันควรมีทั้งภาษีรถจักรยานยนต์ และ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ให้ครบ และทั้งสองอย่างนี้สามารถทำได้ในทุก ๆ ปี เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ ปัญหาทางกฎหมาย และการถูกระงับทะเบียนรถ การได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. การรักษาสถานะของรถ การมีป้ายภาษีรถจักรยานยนต์ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จะทำให้เจ้าของรถสามารถขับขี่ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบหรือถูกจับปรับ และสามารถใช้รถได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีปัญหาทางกฎหมาย ในฐานะการเป็นพลเมืองที่ดี ไม่ควรที่จะปล่อยให้ขาดการต่อภาษีรถจักรยานยนต์และ พ.ร.บ.

ทั้งนี้ สำหรับ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ มีความสำคัญมากเพียงใด ยังสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน บทความ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ สำคัญอย่างไร? ร่วมรณรงค์ให้รถจักรยานยนต์ไทยมีประกันภัยภาคบังคับ เพื่อความคุ้มครองผู้ประสบภัยแบบเต็มวงเงิน

หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับภาษีรถจักรยานยนต์ขาดต่อ หรือการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่าง ๆ หรือต้องการเข้ารับการอบรมเพื่อเสริมทักษะ สามารถเข้ามาพูดคุยกับเราได้ที่ “ศรีกรุงโบรคเกอร์ภาคใต้” หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ ศรีกรุงโบรคเกอร์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ เรามีผู้เชี่ยวชาญยินดีตอบคำถามและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการประกันภัยทุกชนิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2522). พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522, กรมการขนส่งทางบก. (2568). เงื่อนไขรถสำหรับยื่นชำระภาษี สืบค้นจาก: eservice.dlt.go.th


ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา

โทร: 080-295-6052 (คุณบอย)
โทร: 080-295-1830 (คุณปูเป้)

Line: @srikrungmentor

Facebook: ศรีกรุงปทุมธานี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้