ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจ คุ้มครองอะไรบ้าง?

2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจ คุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจ คืออะไร? วางแผนปกป้องทรัพย์สินให้กิจการเดินหน้าต่อได้


การดำเนินธุรกิจในแต่ละวันต้องอาศัยทรัพย์สินหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงาน ร้านค้า โกดังเก็บสินค้า เครื่องจักร อุปกรณ์สำนักงาน หรือสินค้าที่เตรียมจำหน่าย ทรัพย์สินเหล่านี้ล้วนมีมูลค่าและมีความสำคัญต่อการสร้างรายได้ของกิจการ

อย่างไรก็ตาม เหตุไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ไฟไหม้ น้ำรั่วจากระบบภายในอาคาร พายุสร้างความเสียหายต่อสถานประกอบการ หรืออุบัติเหตุที่ทำให้อุปกรณ์และสินค้าได้รับความเสียหาย หากเกิดเหตุรุนแรง ผู้ประกอบการอาจต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อซ่อมแซมสถานที่ จัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ หรือฟื้นฟูการดำเนินงานให้กลับมาเป็นปกติ

ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจ (Commercial Property Insurance) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบริหารความเสี่ยง โดยช่วยรองรับความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยจากภัยที่ระบุหรืออยู่ภายใต้เงื่อนไขของกรมธรรม์

การเลือกประกันภัยที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงการลดความกังวล แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงินและการเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจสามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ดียิ่งขึ้น

ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจคืออะไร?
ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจ คือ ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ได้รับความคุ้มครองและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

ทรัพย์สินที่อาจนำมาพิจารณาทำประกัน ได้แก่

อาคารและสิ่งปลูกสร้าง: สำนักงาน ร้านค้า โรงงาน หรือโกดัง ตามขอบเขตที่กรมธรรม์กำหนด
เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน: โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางสินค้า และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน
เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต: เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ หากอยู่ในขอบเขตการรับประกัน
สต๊อกสินค้าและวัตถุดิบ: สินค้าสำหรับจำหน่ายหรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตตามรายการที่เอาประกันภัย
อุปกรณ์และทรัพย์สินอื่นของกิจการ: เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือทรัพย์สินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ทั้งนี้ ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจมีหลายรูปแบบ บางแผนเน้นความคุ้มครองอัคคีภัยและภัยเพิ่มเติม ขณะที่บางแผนอาจเป็นประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินที่มีขอบเขตกว้างกว่า ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละแผนก่อนตัดสินใจ

ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจคุ้มครองอะไรบ้าง?
ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับประเภทประกันภัยและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ตัวอย่างภัยที่อาจได้รับความคุ้มครองมีดังนี้

1. ความเสียหายจากไฟไหม้และฟ้าผ่า
ไฟไหม้อาจสร้างความเสียหายต่ออาคาร เครื่องจักร เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าภายในสถานประกอบการได้อย่างรุนแรง ประกันภัยทรัพย์สินหลายประเภทจึงมีความคุ้มครองอัคคีภัยเป็นส่วนสำคัญ

หากเกิดเหตุและทรัพย์สินที่เอาประกันภัยได้รับความเสียหายจากภัยที่เข้าเงื่อนไข บริษัทประกันภัยจะพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมตามวงเงินและข้อกำหนดในกรมธรรม์

2. ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ
ภัยธรรมชาติบางประเภท เช่น ลมพายุ น้ำท่วม หรือแผ่นดินไหว อาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือรวมอยู่ในแผนบางประเภท แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกรมธรรม์จะคุ้มครองภัยเหล่านี้โดยอัตโนมัติ

ธุรกิจที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือมีโกดังและสินค้ามูลค่าสูง ควรตรวจสอบความคุ้มครองเฉพาะภัย ข้อยกเว้น และวงเงินย่อยให้ชัดเจนก่อนซื้อประกัน

3. ความเสียหายจากภัยเนื่องจากน้ำ
น้ำรั่วจากระบบท่อหรือเหตุเกี่ยวกับน้ำบางประเภทอาจทำให้สินค้า เอกสาร อุปกรณ์สำนักงาน และเครื่องจักรเสียหายได้

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ภัยเนื่องจากน้ำ” ในกรมธรรม์อาจมีความหมายและขอบเขตเฉพาะ และไม่จำเป็นต้องรวมถึงน้ำท่วม จึงควรตรวจสอบว่าแผนประกันที่เลือกครอบคลุมเหตุการณ์ใดบ้าง

4. ความเสียหายต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์
เครื่องจักรเป็นทรัพย์สินสำคัญสำหรับโรงงานและกิจการผลิตสินค้า หากเครื่องจักรได้รับความเสียหายจากภัยที่กรมธรรม์คุ้มครอง ธุรกิจอาจได้รับค่าสินไหมเพื่อช่วยรองรับภาระค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด

แต่ความเสียหายจากการชำรุดภายใน การสึกหรอ หรือการขัดข้องทางกลไกอาจไม่อยู่ในความคุ้มครองของประกันภัยทรัพย์สินทั่วไป ผู้ประกอบการควรพิจารณาประกันเครื่องจักรหรือความคุ้มครองเพิ่มเติมตามความจำเป็น

5. ความเสียหายต่อสต๊อกสินค้า
สินค้าคงคลังเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง และการผลิต หากเกิดเหตุไฟไหม้หรือภัยอื่นที่ได้รับความคุ้มครอง ความเสียหายต่อสินค้าอาจส่งผลกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนของกิจการ

การกำหนดทุนประกันภัยจึงควรสอดคล้องกับมูลค่าสต๊อกสินค้าจริง และควรตรวจสอบวิธีประเมินมูลค่าสินค้ากับเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีปริมาณสินค้าเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล

ข้อมูลความคุ้มครองของประกันภัยทรัพย์สินสำหรับธุรกิจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากหน้าผลิตภัณฑ์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินของ SCB และรายละเอียดประกันภัยธุรกิจของวิริยะประกันภัย ซึ่งแสดงตัวอย่างทรัพย์สินและภัยที่อาจนำมาพิจารณาคุ้มครอง ทั้งนี้ต้องยึดเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่เลือกเป็นหลัก <Link url="https://www.scb.co.th/th/sme-banking/services/insurance/non-life-Insurance/industrial-all-risks-insurance.html" title="ดูตัวอย่างประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน"/> และ <Link url="https://www.viriyah.co.th/products/business-liability/business-owner-insurance/" title="ดูตัวอย่างประกันภัยสำหรับธุรกิจ"/>.

ธุรกิจแบบไหนควรพิจารณาทำประกันภัยทรัพย์สิน?
ร้านค้าและธุรกิจค้าปลีก
ร้านค้ามีทั้งสินค้า อุปกรณ์จัดแสดง ระบบไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นต่อการขาย หากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอาจทำให้ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว การเลือกประกันที่เหมาะสมจึงช่วยบริหารความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้

โรงงานและธุรกิจการผลิต
โรงงานมีทรัพย์สินหลายประเภท ตั้งแต่ตัวอาคาร เครื่องจักร สายการผลิต ไปจนถึงวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป ผู้ประกอบการควรแยกประเมินความเสี่ยงของแต่ละประเภท และตรวจสอบว่าต้องใช้ความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับเครื่องจักรหรือการหยุดชะงักของธุรกิจหรือไม่

โกดังและศูนย์กระจายสินค้า
โกดังอาจมีสินค้าจำนวนมากอยู่ในพื้นที่เดียวกัน หากเกิดเหตุที่ทำให้สินค้าเสียหายพร้อมกันหลายรายการ ผลกระทบทางการเงินอาจสูง ควรประเมินมูลค่าสูงสุดของสต๊อกสินค้าในช่วงเวลาที่มีสินค้ามากที่สุด และตรวจสอบมาตรการป้องกันภัยในสถานที่

สำนักงานและบริษัทบริการ
สำนักงานอาจมีคอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ ระบบอุปกรณ์ไฟฟ้า และทรัพย์สินอื่นที่จำเป็นต่อการทำงาน หากเกิดเหตุเสียหาย ผู้ประกอบการอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือจัดหาอุปกรณ์ทดแทน

หากเป็นสำนักงานเช่า ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าประกันของเจ้าของอาคารคุ้มครองเฉพาะตัวอาคารหรือรวมทรัพย์สินของผู้เช่าด้วย เพราะทรัพย์สินภายในสำนักงานอาจต้องจัดทำความคุ้มครองแยกต่างหาก

โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ
ธุรกิจบริการต้องพึ่งพาสถานที่และอุปกรณ์ในการให้บริการลูกค้า การประเมินความเสี่ยงควรครอบคลุมทั้งตัวอาคาร เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินอื่นที่จำเป็นต่อกิจการ โดยต้องตรวจสอบประเภททรัพย์สินที่บริษัทประกันภัยรับประกันด้วย

ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจแตกต่างจากประกันอัคคีภัยอย่างไร?
ประกันอัคคีภัยสำหรับธุรกิจมักเน้นความเสียหายจากไฟไหม้และภัยที่ระบุเพิ่มเติมตามกรมธรรม์ ส่วนประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินบางประเภทอาจมีขอบเขตครอบคลุมภัยที่กว้างกว่า เช่น ภัยจากอากาศยาน ยานพาหนะ ภัยเนื่องจากน้ำ หรือภัยอื่นตามเงื่อนไขที่กำหนด

ความแตกต่างสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ชื่อประกันเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงภัยที่ได้รับความคุ้มครอง ทรัพย์สินที่เอาประกัน ข้อยกเว้น วงเงิน และเงื่อนไขการชดใช้ค่าสินไหม

ก่อนตัดสินใจ ผู้ประกอบการควรขอรายละเอียดกรมธรรม์มาเปรียบเทียบ เพื่อให้มั่นใจว่าความคุ้มครองตอบโจทย์ความเสี่ยงของกิจการจริง

ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจคุ้มครองการหยุดชะงักของกิจการหรือไม่?
เมื่อทรัพย์สินเสียหายจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ปัญหาที่ตามมาอาจไม่ได้มีเพียงค่าซ่อมแซมหรือค่าทดแทนทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงรายได้ที่หายไปและค่าใช้จ่ายที่ยังต้องจ่ายต่อเนื่อง

ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption Insurance) เป็นความคุ้มครองอีกประเภทหนึ่งที่อาจช่วยรองรับความสูญเสียทางธุรกิจ เมื่อมีเหตุให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากภัยที่กรมธรรม์กำหนดและเข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายหรือความสูญเสียที่อาจนำมาพิจารณา ได้แก่

รายได้หรือกำไรขั้นต้นที่สูญเสียไปตามหลักเกณฑ์ของกรมธรรม์
ค่าใช้จ่ายบางประเภทที่ยังคงเกิดขึ้นระหว่างการหยุดดำเนินงาน
ค่าเช่าสถานที่ชั่วคราว หากมีความคุ้มครองลักษณะดังกล่าว
ความคุ้มครองนี้อาจต้องซื้อเพิ่มเติมและมีระยะเวลารอคอย วงเงิน และวิธีคำนวณความเสียหายเฉพาะ จึงควรสอบถามรายละเอียดก่อนเลือกแผนประกัน <Link url="https://archive.tgia.org/insurance/seller/business_interruption" title="อ่านข้อมูลเกี่ยวกับประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย"/>.

วิธีเลือกประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจให้เหมาะกับกิจการ
1. จัดทำรายการทรัพย์สินทั้งหมด
รวบรวมรายการอาคาร เครื่องจักร เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำนักงาน และสต๊อกสินค้า พร้อมระบุมูลค่าที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ประเมินทุนประกันภัยได้อย่างเป็นระบบ

2. ประเมินความเสี่ยงของสถานประกอบการ
พิจารณาที่ตั้งอาคาร ประเภทกิจการ ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอัคคีภัย และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ หากธุรกิจตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเฉพาะ ควรตรวจสอบความคุ้มครองนั้นเป็นพิเศษ

3. กำหนดทุนประกันภัยให้เหมาะสม
ทุนประกันภัยควรอ้างอิงหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าที่กำหนดในกรมธรรม์ หากกำหนดต่ำกว่ามูลค่าที่ต้องเอาประกัน อาจทำให้ได้รับค่าสินไหมไม่เพียงพอหรือมีการใช้หลักการเฉลี่ยความเสียหายตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

4. ตรวจสอบข้อยกเว้นและวงเงินย่อย
ควรอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับภัยที่ไม่คุ้มครอง ค่าเสียหายส่วนแรก วงเงินย่อย และเงื่อนไขการชดใช้ โดยเฉพาะภัยน้ำท่วม การโจรกรรม และความเสียหายต่อเครื่องจักร เพราะแต่ละกรมธรรม์อาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน

5. พิจารณาความคุ้มครองเพิ่มเติม
หากธุรกิจมีความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของกิจการ เครื่องจักรขัดข้อง กระจกเสียหาย หรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ควรสอบถามว่ามีความคุ้มครองเพิ่มเติมประเภทใดที่เหมาะสม และสามารถจัดทำร่วมกันได้หรือไม่

6. เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายแผน
เปรียบเทียบเบี้ยประกัน วงเงินคุ้มครอง รายการทรัพย์สินที่รับประกัน ข้อยกเว้น และบริการเมื่อเกิดเหตุ ไม่ควรตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะแผนที่เบี้ยต่ำกว่าอาจมีขอบเขตความคุ้มครองต่างกัน

หากทรัพย์สินธุรกิจเสียหาย ควรทำอย่างไร?
เมื่อเกิดเหตุที่อาจเข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง ควรดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยรักษาสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหม

ดูแลความปลอดภัยก่อน: ป้องกันไม่ให้พนักงานหรือลูกค้าเข้าไปในพื้นที่อันตราย
แจ้งเหตุโดยเร็ว: ติดต่อบริษัทประกันภัยหรือตัวแทนตามช่องทางที่กำหนด
เก็บหลักฐานความเสียหาย: ถ่ายภาพและวิดีโอ รวมถึงบันทึกรายการทรัพย์สินที่เสียหาย
รวบรวมเอกสาร: เช่น รายการทรัพย์สิน ใบซื้อสินค้า ใบเสนอราคาซ่อม และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม: ดำเนินการที่จำเป็นเพื่อจำกัดความเสียหาย โดยเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายไว้
รอคำแนะนำก่อนซ่อมหรือกำจัดทรัพย์สิน: หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ควรรอคำแนะนำจากบริษัทประกันภัยก่อนดำเนินการที่อาจกระทบต่อการสำรวจความเสียหาย
การอนุมัติสินไหมขึ้นอยู่กับสาเหตุของเหตุการณ์ ทรัพย์สินที่เอาประกัน และเงื่อนไขของกรมธรรม์ การแจ้งเหตุพร้อมหลักฐานที่ครบถ้วนจะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจ (FAQ)
1. ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กหรือไม่?
เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีทรัพย์สินจำเป็นต่อการดำเนินงาน เช่น ร้านค้า สำนักงาน โกดัง หรือกิจการผลิตสินค้า โดยควรเลือกแผนที่เหมาะกับมูลค่าทรัพย์สินและความเสี่ยงของกิจการ

2. ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกแผนจะคุ้มครองน้ำท่วม บางกรมธรรม์อาจต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือมีข้อกำหนดเฉพาะ ควรตรวจสอบข้อความในกรมธรรม์ก่อนทำประกัน

3. หากเช่าสำนักงานอยู่ สามารถทำประกันภัยทรัพย์สินได้หรือไม่?
สามารถสอบถามเกี่ยวกับการทำประกันทรัพย์สินของผู้เช่าได้ โดยควรแยกให้ชัดเจนระหว่างตัวอาคารที่เจ้าของสถานที่รับผิดชอบกับเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ และทรัพย์สินของกิจการผู้เช่า

4. สต๊อกสินค้าสามารถทำประกันได้หรือไม่?
สต๊อกสินค้าอาจได้รับความคุ้มครองหากเป็นทรัพย์สินที่ระบุหรืออยู่ในขอบเขตกรมธรรม์ ควรแจ้งประเภทสินค้าและมูลค่าที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน รวมถึงตรวจสอบข้อจำกัดสำหรับสินค้าบางประเภท

5. ถ้าทรัพย์สินเสียหายจากการเสื่อมสภาพ ประกันคุ้มครองหรือไม่?
โดยทั่วไปการสึกหรอหรือเสื่อมสภาพตามการใช้งานอาจไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยทรัพย์สินทั่วไป ควรตรวจสอบข้อยกเว้นและพิจารณาความคุ้มครองเฉพาะทางหากจำเป็น

6. เบี้ยประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจคำนวณจากอะไร?
ปัจจัยที่อาจมีผลต่อเบี้ยประกัน ได้แก่ ประเภทกิจการ ที่ตั้งและลักษณะอาคาร มูลค่าทรัพย์สิน ภัยที่เลือกคุ้มครอง ระบบป้องกันภัย และประวัติความเสียหาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของบริษัทประกันภัย

7. ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจจำเป็นต้องซื้อความคุ้มครองธุรกิจหยุดชะงักด้วยหรือไม่?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกกิจการ แต่ควรพิจารณาหากการหยุดดำเนินงานจะทำให้สูญเสียรายได้อย่างมาก หรือยังมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องแม้ไม่สามารถเปิดกิจการได้ตามปกติ ควรตรวจสอบเงื่อนไขและความคุ้มครองแยกต่างหาก

สรุป: ปกป้องทรัพย์สินสำคัญ เพื่อเสริมความมั่นคงให้ธุรกิจ
ทรัพย์สินเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือสต๊อกสินค้า หากเกิดเหตุไม่คาดคิด ความเสียหายอาจกระทบทั้งเงินทุนหมุนเวียน รายได้ และความต่อเนื่องของกิจการ

ประกันภัยทรัพย์สินธุรกิจจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการบริหารความเสี่ยง โดยผู้ประกอบการควรประเมินทรัพย์สินและภัยที่มีโอกาสเกิดขึ้น เลือกทุนประกันให้เหมาะสม และตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองอย่างละเอียด

หากต้องการวางแผนประกันภัยให้เหมาะกับร้านค้า สำนักงาน โรงงาน หรือโกดังของคุณ การปรึกษาผู้ให้บริการด้านประกันภัยเพื่อเปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้บริหารความเสี่ยงได้อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น

มีประกันไว้ อุ่นใจกว่าเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

คุณบอย 080-295-6052
คุณปูเป้ 080-295-1830
LINE: @srikrungmentor
Facebook: ศรีกรุงปทุมธานี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้