คู่มือเคลมประกันภัยรถยนต์จากน้ำท่วม

2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คู่มือเคลมประกันภัยรถยนต์จากน้ำท่วม

ในช่วงฤดูฝนที่มาพร้อมกับปัญหาน้ำท่วม หลายท่านอาจเผชิญกับเหตุการณ์ที่รถยนต์ได้รับความเสียหาย และหลายคนไม่แน่ใจว่า รถน้ำท่วมเคลมได้ไหม หรือควรทำอย่างไรเมื่อรถได้รับความเสียหาย การเข้าใจขั้นตอนและเงื่อนไขการเคลมประกันรถยนต์จากน้ำท่วม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และทำให้รถของคุณกลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด เรามาดูขั้นตอนในการเคลมประกันรถน้ำท่วมกันเลย

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ว่ามีความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วมแล้วหรือไม่?
ก่อนดำเนินการเคลมประกันรถยนต์จากเหตุ “น้ำท่วม” ผู้เอาประกันควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่า กรมธรรม์ของตนมีความคุ้มครองภัยน้ำท่วมอยู่หรือไม่ เนื่องจากประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ดังนี้

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองครอบคลุมความเสียหายต่อตัวรถยนต์ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ รวมถึงน้ำท่วม
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ / 3+ (ประเภท 5) ไม่มีความคุ้มครองน้ำท่วมในทุกกรมธรรม์ ดังนั้น จะต้องตรวจสอบหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่มีว่าได้ซื้อแพ็คเกจที่ขยายความคุ้มครองน้ำท่วมไหม ซึ่งจะมีบางบริษัทประกันภัยที่ขายแพ็คเกจเพิ่มความคุ้มครองน้ำท่วมซึ่งสามารถซื้อได้ ทุนประกันภัยตั้งแต่ 50,000-500,000 เช่นบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)
บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน)
บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)
บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน)
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ปกติจะให้ความคุ้มครองแค่บุคคลภายนอก แต่ปัจจุบันบางบริษัทประกันภัย เช่น บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้มีแพ็คเกจขยายความคุ้มครองน้ำท่วม ในวงเงิน 50,000 บาท
ขั้นตอนที่ 2 แจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยทันทีที่สามารถทำได้เมื่อพบว่ารถถูกน้ำท่วม
โดยตรวจสอบความเสียหายของรถยนต์จากน้ำท่วม หรือสามารถอ่านจากบทความ หลักเกณฑ์การพิจารณาค่าเสียหายจากน้ำท่วมรถยนต์ ตามแนวทาง คปภ. และความคุ้มครองตามประเภทประกันภัยรถยนต์

กรณีเสียหายบางส่วน (Partial Loss)

เงื่อนไข: ค่าซ่อมแซมไม่เกิน 70% ของทุนประกัน (หรือมูลค่ารถยนต์)
การจ่ายสินไหม: บริษัทประกันภัยจะอนุมัติค่าซ่อมทั้งหมดตามที่อู่ประเมิน ซ่อมเพื่อให้รถกลับมาอยู่ในสภาพเดิมที่สุด (จ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกินทุนประกันภัย)
สำหรับความเสียหายระดับ A, B หรือ Cถ่ายรูปหลักฐานถ่ายรูปรถที่น้ำท่วม/คราบน้ำ ให้เห็นทะเบียนชัดเจน และเห็นระดับน้ำที่ท่วมถึง
โทรแจ้งประกันแจ้ง Call Center ทันทีว่า “รถน้ำท่วมเสียหายหนัก” เพื่อขอเลขรับแจ้ง (Claim No.) เบอร์ติดต่อเคลมบริษัทประกันภัย และนัดอู่ในเครือบริษัทประกันเพื่อนำรถเข้าซ่อม สามารถดูรายชื่ออู่ในเครือจากหน้าเว็ปไซต์ของบริษัทประกันภัย หรือสามารถดูเบอร์เคลมบริษัทประกันภัยจากหน้าเว็ปไซต์ศรีกรุง
สำหรับความเสียหายระดับ D อาจจะต้องให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้พิจารณาแนวทางการซ่อม หรือการพิจารณาว่าเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์หรือไม่
 

 
กรณีเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) หรือ ความเสียหายระดับ E

เตรียมเอกสารเพื่อแจ้งเคลมประกันรถยนต์จากน้ำท่วม และรอรับค่าสินไหมเต็มทุนประกัน ดังนี้

แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหม (ใบเคลม)
สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาใบขับขี่
เล่มทะเบียนรถฉบับจริง: เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ให้บริษัทประกัน
ชุดโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ (โอนลอย) พร้อมลงนาม
กุญแจรถยนต์ (ตัวจริงและสำรอง)
สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร
หลักฐานรูปถ่ายรถยนต์ โดยถ่ายรูปสภาพรถขณะถูกน้ำท่วม/คราบน้ำ ให้เห็นทะเบียนชัดเจน และเห็นระดับน้ำที่ท่วมถึง
เอกสารการเคลมบริษัทประกันภัย (ในส่วนของใบเคลมลูกค้าไม่ต้องเตรียม ทางบริษัทประกันภัยจะออกเอกสารให้กับลูกค้าโดยตรง)

บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทน (ตามทุนประกัน) ภายใน 15-30 วัน หลังเอกสารครบ
กรณีรถติดไฟแนนซ์:ประกันจะจ่ายเงินให้ไฟแนนซ์ ตามยอดหนี้คงเหลือก่อน
ทุนประกัน > หนี้: ไฟแนนซ์จะคืน ส่วนต่าง ให้ท่าน
ทุนประกัน < หนี้: ท่านต้องจ่าย ส่วนต่างที่เหลือ ให้ไฟแนนซ์เอง
หมายเหตุ

สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ผู้เอาประกันจะต้อง โอนกรรมสิทธิ์ซากรถ ให้แก่บริษัทประกันภัย และความคุ้มครองตามกรมธรรม์จะสิ้นสุดลงทันที
สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ / 3+ (ประเภท 5) หรือ (ประเภท 3) ที่มีความคุ้มครองน้ำท่วม จะจ่ายตามความคุ้มครองตามหน้ากรมธรรม์ และความคุ้มครองนี้ยังมีผลอยู่ เนื่องจากวงเงินน้ำท่วมถือเป็นความเสียหายต่อครั้ง (ต่อเหตุการณ์)
สรุป
นายหน้าประกันภัยควรมีความเข้าใจในกระบวนการเคลมประกันรถยนต์จากน้ำท่วมอย่างถูกต้อง เพื่อสามารถให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสมตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ หากมีส่วนใดของข้อมูลหรือเงื่อนไขในกรมธรรม์ที่ยังไม่ชัดเจน นายหน้าประกันภัยสามารถประสานงานสอบถามเพิ่มเติมได้กับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายสาขาศรีกรุงที่รับผิดชอบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและการบริการที่ดีที่สุด

หากคุณมีข้อสงสัยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ศรีกรุงโบรคเกอร์ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ หรือหากอยากได้ประกันรถยนต์ดี ๆ สามารถติดต่อพวกเราได้ที่ “ศรีกรุงโบรคเกอร์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ” เรามีผู้เชี่ยวชาญยินดีตอบคำถามและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำประกันภัยทุกชนิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.). (2563). คำสั่งนายทะเบียน ที่ 66/2563 เรื่อง ให้ใช้คู่มือตีควาามกรมธรรม์ประกันภัยความคุ้มคครองผู้ประสบภัยจากรถ คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์รวมการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และคู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.). (2567). คปภ. พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ


ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา

โทร: 080-295-6052 (คุณบอย)
โทร: 080-295-1830 (คุณปูเป้)

Line: @srikrungmentor

Facebook: ศรีกรุงปทุมธานี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้